ตอนนี้โทรศัพท์เราสามารถใช้งานอะไรต่อมิอะไรได้หลากหลายมากขึ้น
(อีกหน่อยจะใช้ให้มันไปซื้อของที่เซเว่นละ 555+)
 
แน่นอนใช้ฟังก์ชั่นได้มากขึ้น ราคาก็แพงมากขึ้นไปด้วย
ทั้งกลไก การทำงาน และชิ้นส่วนวัสดุของเจ้าโทรศัพท์ทั้งหลายแหล่
และเจ้าหน้าจอเอง ก็เป็นอีกอย่างนึง ที่จะทำให้โทรศัพท์ ถูก หรือ แพง !!
 
โทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่น ก็มีการเลือกใช้ชนิดของหน้าจอแตกต่างกันไป
แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้งาน และราคาของมัน หึหึหึ >.<
 
ในตลาดมือถือปัจจุบัน มีหน้าจออะไรให้เลือกบ้าง ??
และแต่ละประเภท มีคุณสมบัติอย่างไร ??
การเลือกซื้อควรเลือกแบบไหนดี ??
 
 
 
ประเภทของหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

TFT LCD : หน้าจอที่เราคงคุ้นเคยกันมากพอสมควร เพราะมีลักษณะเดียวกันกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรา                       ส่วนชื่อเต็มๆ ก็คือ Thin Film Transistor - Liquid Crystal Display
                  ในปัจจุบันนี้ มีโทรศัพท์มือถือ ในระดับราคาปานกลาง ถึงราคาแพงจำนวนมาก
                  ที่เลือกใช้หน้าจอแบบ TFT LCD แต่ก็มีรุ่นใหม่บางรุ่นที่เลือกใช้ หน้าจอแบบ TFD LCD ด้วย
                  อ่าว *-* แล้วหน้าจอทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรล่ะ ??
                  มาดูกัน ....
                  หน้าจอ TFT LCD (Thin Film Transistor) จะเป็นหน้าจอที่มีการตอบสนองต่อการแสดงผล
                  ที่ค่อนข้างไว ประมวลผลการทำงานได้รวดเร็ว ทำให้การแสดงผลมีความคมชัด
                  และสว่างสดใสกว่าหน้าจอแบบ STN LCD ซึ่งหน้าจอแบบนี้มักจะนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย
                  ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิกราคาแพงต่างๆ เช่น Notebook, PDA, กล้องดิจิตอล
                  รวมถึงโทรศัพท์มือถือราคาแพงหลายรุ่น แต่ข้อเสียของหน้าจอ TFT LCD ก็คือ
                  จะใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก ทำให้แบตเตอรี่ต้องมีการประจุไฟใหม่อยู่บ่อยครั้ง
                  หรืออาจจะต้องมีแบตเตอรี่ที่มีค่าความจุ (mAh) สูงๆ เอาไว้รองรับ
                  * mAh คือ m = มิลลิ , A = แอมป์ , h = ชั่วโมง
                     หมายถึง ถ่านก้อนนี้สามารถจ่ายกระแสได้ กี่มิลิแอมป์ ใน 1 ชั่วโมง
                  ส่วนหน้าจอแบบ TFD LCD (Thin Film Diode) นั้นจะเป็นหน้าจอที่รวมเอาข้อดีของหน้าจอแบบ                   STN LCD และ TFT LCD มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือมีคุณสมบัติการแสดงผลที่คมชัด
                  ตอบสนองต่อการแสดงผลได้รวดเร็ว และสว่างใสในแบบหน้าจอ TFT LCD มารวมกับคุณสมบัติ
                  ในการประหยัดพลังงานในแบบของหน้าจอ STN LCD ดังนั้นหน้าจอแบบ TFD LCD
                  จึงมีทั้งคุณสมบัติความคมชัดสดใส และประหยัดพลังงานอยู่อย่างพร้อมสรรพนั่นเอง
 
 
 
S-LCD : (Super Liquid Crystal Display) พัฒนาต่อยอดมาจาก TFT ให้ความสว่าง และสีสันที่สวยงาม                   รวมทั้งคมชัด และสีสวยมากกว่าปกติทั่วไป เช่น HTC Desire และ Nexus One ที่ใช้หน้าจอชนิดนี้
              มีการเปรียบเทียบกันระหว่าง หน้าจอ S-LCD กับ AMOLED ว่าใครคมชัดกว่า ??
              สำหรับหน้าจอ SLCD เอง โดยรวมๆ แล้ว หากเป็นการแสดงภาพพื้นสีขาวๆ หรือสีทั่วๆ ไป
              จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า มีระบบการจัดการพลังงานได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม
              เรื่องของความแตกต่างของหน้าจอสองชนิดนี้ ทั้ง AMOLED และ SLCD นั้น
              หากไม่ได้นำมาเปรียบเทียบกันตรงๆ ก็คงจะยากที่จะบอกว่า อันไหนคมชัดมากกว่ากัน
              เพราะหากเป็นการใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว ขอแค่ภาพคมๆ สว่างๆ ก็คงเพียงพอสำหรับเรา
              เราเองคงไม่ได้คอยนั่งจับผิดกันทุกพิกเซลอยู่แล้วล่ะค่ะ ^^"
 
 
 
AMOLED : (Active Matrix Organic Light Emitting Diode) เป็นหน้าจอที่มีการกล่าวขานกันมากที่สุด                     อย่างหนึ่งในปัจจุบัน เพราะให้สีสันของภาพ และตัวอักษรได้คมชัดมาก
                  ซึ่ง AMOLED นี้ มีการพัฒนาต่อยอดมาจาก OLED จุดเด่นหน้าหน้าจอแบบนี้
                  คือ แสดงผลของภาพที่คมชัดกว่าจอ LCD และจอ TFT กว่าพันเท่า พร้อมให้สีที่คมชัดสดใส
                  เป็นธรรมชาติมากขึ้น และเห็นได้ชัดในทุกมุมมอง แม้ขณะที่เราดูมันอยู่กลางแดดก็ตาม
                  และที่พิเศษยิ่งกว่าก็คือ มีการตอบสนองที่ไว และรวดเร็วที่สุด
                  สำหรับเรื่องของความสว่าง เป็นเทคโนโลที่ไม่ต้องใช้ไฟ Back Light ส่องสว่างจากด้านหลัง
                  เพราะตัวมันเองมีแสงในตัว ผลสรุปที่ได้คือ ทำให้หน้าจอบางลง
                  ซึ่งหน้าจอ AMOLED นี้เป็นเทคโนโลยีจอภาพ ที่ถูกวิจัย และพัฒนาขึ้นโดย
                  Samsung (ซัมซุง) ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลักรายใหญ่ของโลก ทั้งอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์                     และจอภาพ
 
 
 
IPS LCD : (In-Plane Switching Liquid Crystal Display) เน้นเรื่องมุมมองในการมองเห็น
                 แต่ยังคงสีสันที่คมชัด ชื่อนี้อาจไม่คุ้นเท่าไหร่สำหรับใครหลายๆ คน
                 แต่ถ้าพูดว่า หน้าจอแบบนี้ใช้กับ iPad 2 / iPhone 4 ล่ะก็ ทุกคนก็คงร้อง อ๋อ~! กันไปเลย
                 ว่ากันว่า หน้าจอแบบนี้ ให้ความสว่างมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว
                 อ่าว -*- แล้วอย่างนี้เจ้าหน้าจอ AMOLED ล่ะ อันไหนจะเจ๋งกว่ากัน ??
                 การใช้พลังงานในจอภาพแบบ IPS-LCD จะใช้พลังงานน้อยกว่าหน้าจอ AMOLED
                 หากเป็นจอภาพแบบ AMOLED จะได้เปรียบในเรื่องของสีสันที่สมจริง การไล่เฉดสี
                 และความสดใสที่มากกว่า ดังนั้น ก็น่าจะเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญของสีสันมากเป็นพิเศษนั่นเอง                    สำหรับใครที่ชอบแบบไหน อย่างไรนั้น คงต้องไปพิสูจน์ ทดลองใช้กันเองแล้วล่ะค่ะ ^^
 
 
 
Super AMOLED : หน้าจอที่ทาง Samsung พัฒนาขึ้นมา ดังจะเห็นได้จาก Samsung Galaxy S รุ่นแรก
                             ที่มาพร้อมกับความหนาเพียง 9.9 มิลลิเมตร หน้าจอ Super AMOLED มีคุณสมบัติ
                             การแสดงสีสันที่สดใสจัดจ้าน เรียกความสนใจด้วยสีสันได้เป็นอย่างดี 
                             คุณสมบัติเด่นข้อต่อมา คือการใช้งานหน้าจอในพื้นที่ที่มีแสงจ้าๆ เช่น กลางแจ้ง
                             ก็สามารถใช้งานได้ดี สามารถมองเห็น และอ่านหน้าจอได้ใกล้เคียงปกติ โดยอาจจะต้อง                                  ปรับความสว่างหน้าจอให้เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติอยู่สักหน่อย เพื่อหน้าจอจะได้สู้แสงได้ดีขึ้น                                นอกจากนั้นมุมมองหน้าจอ (viewing-angle) ก็กว้างมากเป็นพิเศษ แม้ว่าจะมองหน้าจอด้วย                              องศามุมเอียง แต่ก็สามารถอ่านสิ่งที่แสดงผลในหน้าจอได้ดีในระดับหนึ่ง
 
 
 
Super AMOLED PLUS : เพิ่มความจัดจ้านของสีสันให้มากขึ้น สำหรับโทรศัพท์ที่ใช้นั่นก็คือ
                                       Samsung Galaxy S II หน้าจอแบบ Super AMOLED PLUS 
                                       ซึ่งพัฒนาขึ้นจากจอ Super AMOLED เดิม เว็บไซต์ OLED-Info ได้อธิบายข้อมูล                                        ทางเทคนิคของ Super AMOLED PLUS ไว้ ซึ่งข้อแตกต่างของหน้าจอ
                                       ทั้ง 2 แบบนี้ คือ Super AMOLED เดิม จะกระจายซับพิกเซลของเม็ดสี
                                       ไม่สม่ำเสมอ (เรียกวิธีการวางแบบนี้ว่า pentile) โดยพิกเซลสีเขียวจะมีน้อยกว่า
                                       สีแดง-น้ำเงิน และถูกแชร์ระหว่างแถว (ระบบสีแบบ RGBG) ในขณะที่จอรุ่น
                                       Super AMOLED PLUS แก้ปัญหานี้ โดยใช้สัดส่วนของสีเท่ากันหมดทุกสี
                                       ทำให้จอภาพแบบนี้ มีจำนวนซับพิกเซลมากขึ้น ต่อความละเอียดเท่ากัน
                                       และในความละเอียดที่เท่ากัน ถ้า Super AMOLED ใช้ 8 ซับพิกเซล
                                       ต่อหนึ่งพิกเซล จอ Super AMOLED PLUS จะต้องใช้ 12 พิกเซล
                                       ซึ่งมากกว่ากัน 50% วิธีการวางซับพิกเซลแบบใหม่นี้เรียกว่า "Real-Stripe"
                                       มันฟังดูดี แต่การวางซับพิกเซลแบบ Real-Stripe ก็มีข้อเสีย
                                       ตรงที่ต้องใช้พื้นที่มากขึ้น ต่อการแสดงผลหนึ่งพิกเซล
                                       ....นอกจากนี้ ซัมซุงยังให้ข้อมูลว่า การเรียงซับพิกเซลแบบจอ Super AMOLED                                          PLUS จะเพิ่มความละเอียดได้มากขึ้นในอนาคต และมีแผน จะเพิ่มความละเอียดไป                                        ถึง 300ppi โดยใช้กระบวนการผลิตแบบใหม่ ที่เรียกว่า
                                       "laser-induced thermal imaging" (LITI) และเป็นไปได้สูงว่าซัมซุง
                                       จะตั้งชื่อจอภาพใหม่อีกรอบ (Super AMOLED Plus Plus? รึเปล่า ฮี่ๆๆ) 
 
 
 
นอกจากนี้ยังมีหน้าจอโทรศัพท์อีกหลากหลายรุ่น
แต่หน้าจอดังกล่าวข้างต้นเป็นหน้าจอที่นิยมมากที่สุด และน่าใช้มากที่สุดเช่นกัน
เพียงแค่นี้ ก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเลือกไม่ถูกแล้ว
ว่าจะเลือกใช้หน้าจอโทรศัพท์แบบไหนดี
เอาเป็นว่า ยิ่งชัด ยิ่งสีสด หรือจัดจ้าน ราคาก็แพงตามไปด้วย o_O!!
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก...

Comment

Comment:

Tweet

สนใจติดต่อได้ที่ 0807977770 - 6 ,0828634313-6,0821988880-6
http://gclub-royal.com
http://sbobet.gclub-royal.com
http://ibcbet.gclub-royal.com

#3 By pppppp (103.7.57.18|113.21.246.41) on 2012-07-06 05:40

@inzaigarz ขอบคุณมากค่ะ มิน่าทำไมมันทะแม่งๆ แฮ่ๆ สงสัยสมองเบลอไปหน่อยค่ะ เลยนึกไม่ออกว่ามันผิด >.< sad smile

#2 By CHICZZ on 2012-06-25 19:12

เป็นคววามรู้ใหม่เลยค่ะ เพราะไม่ค่อยได้ศึกษาเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองสักเท่าไหร่
ปล. สีสัน ไม่ใช่ สีสรร ค่ะ

#1 By `Umbrella´ on 2012-06-25 18:15