ชีวิตนี้.. เรา ต้อง นอน !!!

posted on 06 Jun 2012 13:05 by numkhingzz directory Lifestyle, Knowledge
 
ช่วงนี้จขบ.นอนหลับฝันทุกคืนเลย *///*
ไม่รู้ฝันอะไรนักหนา ตื่นมาก็เพลียตลอดๆ หลายคนเคยเป็นใช่มั้ยคะ??
 
รู้สึกเหมือนว่ามันจะห้ามไม่ได้เสียด้วย -*-
การนอนเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิตประจำวันของเรา และของทุกคน
 
น้อยคนจริงๆ ที่จะให้ความสำคัญกับการนอน ของตนเอง
ลองมองมันให้มากกว่านั้นหน่อยจะเป็นไร ^^
 
การนอนให้อะไรกับชีวิตเรามากกว่าการทำให้หายง่วงล่ะ ??
 
มีใครรู้บ้าง ว่าทำไมเราต้องนอน ??
เคยมีใครอยากให้เราไม่ง่วงบ้าง เพื่อที่จะได้เอาเวลานอน ไปทำอย่างอื่น !!
ก็วันนึงมันมีแค่ 24 ชั่วโมง นอนทีนึง ก็กินเวลาไปกว่า 8 ชั่วโมงแล้ววว
เวลานั่น มันทำอะไรได้อีกเยอะเลยนะน่ะ >,<"!
 
จขบ.เป็นคนนึงที่เสียดายเวลาตรงนั้น -///-"
เลยต้องหาเหตุผล และข้อดีของการนอนมาปลอบใจตัวเอง แฮ่ๆ ^^"
 
 
.................................
 
 
 
ที่เรานอน ก็เพราะเราง่วง (ใครๆ ก็รู้นะ = =")
แล้วเราคงจะทำอะไรไม่ได้ ถ้าเรายังคงง่วงต่อไป มากขึ้นๆ เรื่อยๆ
นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าทำไม ?? เราจึงต้องนอนด้วย !!
แต่ที่เชื่อแน่ๆ คือ การนอนหลับ เป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญสำหรับชีวิต
เราทุกคนจะรู้สึกสดชื่น มีเรี่ยวมีแรงหลังจากได้นอนเต็มอิ่ม
นั่นหมายความว่า การนอนหลับได้ทำหน้าที่ของมันโดยสมบูรณ์แล้ว
 
 
เพราะมนุษย์ใช้เวลา มาก กว่า หนึ่ง ใน สี่ ของชีวิตไปกับการนอน !!!
แล้วถ้าไม่นอนล่ะ ทำไมต้องมี "อาการง่วง" ด้วย..
(ไม่มียาแก้อาการง่วงหรอ ?? >,<")
 
เคยมีการทดลองในหนู พบว่า..
ถ้าเราทำให้หนูอดนอน ต่อเนื่องกันตลอดเวลา หนูจะเสียชีวิตภายใน 1-2 สัปดาห์ !! o_O
 
 
ในคนเรานั้น การนอนจะถูกกำหนดให้เกิดขึ้น
จากระบบการทำงานของร่างกายระบบหนึ่ง
หรือจะบอกได้ว่า.. มีนาฬิกาอยู่เรือนหนึ่ง ในร่างกายของคนเรา
ที่จะเป็นตัวบอกว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาตื่น และเมื่อไหร่จะถึงเวลาหลับ
 
แสงแดด ก็เป็นตัวการหนึ่ง ที่มีผลต่อนาฬิกาเรือนนี้อย่างมาก
มันทำให้มนุษย์เราตื่นมาทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางวัน และนอนหลับในตอนกลางคืน
 
ถ้าเมื่อใดที่การทำงานของนาฬิกาในร่างกายเราทำงานไม่สอดคล้อง กับแสงสว่างของดวงอาทิตย์
เราจะต้องใช้เวลาอยู่หลายวันทีเดียวในการปรับตัว
อย่างเช่น หากเราเดินทางจากเมืองไทย ไปอเมริกา
นาฬิกาในร่างกายเรา จะบอกว่าเป็นเวลากลางคืน
 ทั้งๆ ที่เวลาในอเมริกา ขณะนั้นเป็นเวลากลางวัน
เลยทำให้เรารู้สึกเพลีย และต้องการการปรับตัว อาการนี้เป็นอาการที่เราเรียกกันว่า jet lag
 
(Jet Lag : เจ็ตแล็ก เป็นความรู้สึกเหนื่อยไม่หาย วิงเวียน ป้ำๆ เป๋อๆหลงลืมไปชั่วขณะ
หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุ กลางคืนนอนไม่หลับ แต่กลางวันง่วงหงาว
การรักษาอาการเจ็ตแล็ก ไม่มีอะไรดีไปกว่าการพักผ่อน 
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า.. การข้ามเส้นแบ่งเวลา 1 ชั่วโมง
ต้องใช้เวลาพักให้หายเจ็ตแล็ก 1 วัน
ถ้าเดินทางไปยุโรป ข้ามเส้นแบ่งเวลา 6 เส้นก็ต้องใช้เวลา 6 วัน จึงจะหาย)
 
 
จขบ.คิดว่ามันอัศจรรย์อยู่หน่อยๆ นะ กับกระบวนการทำงานของร่างกายเรา
ธรรมชาตินี่เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดจริงๆ แต่ !!
ในเมื่อง่วงก็นอน แต่นอนแค่ 1-2 ชั่วโมงไม่ได้หรอ ??
ทำไมต้องนอนนานขนาดนั้นด้วย ??
 
ไม่มี คำตอบเป็นจำนวนชั่วโมงที่ตายตัว
ว่าเราจะต้องนอนกันคืนละกี่ชั่วโมง จึงจะเรียกได้ว่า "เพียงพอ"
จำนวนชั่วโมงเหล่านี้ จะมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน
กรรมพันธุ์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องได้ด้วย o_O
 
 
แต่ถ้าพูดถึงช่วงเฉลี่ยแล้ว อาจกล่าวได้ว่า..
จำนวนชั่วโมงของการนอนหลับในผู้ใหญ่ จะตกอยู่ราวๆ 6-9 ชั่วโมง
ซึ่งในบางคน อาจจะพบว่าแตกต่างไปจากนี้ได้
เช่น บางคนอาจรู้สึกว่าได้นอน ชั่วโมง ก็รู้สึกสดชื่นแล้ว
แต่บางคนอาจต้องการถึง 10 ชั่วโมง ถึงจะรู้สึกสดชื่น
 
เพราะฉะนั้น !! จำนวนชั่วโมงจะมากแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับว่า..
เมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้ว เราจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สามารถทำงานได้ตลอดวันหรือไม่ ต่างหาก !!
 
(ประเด็นคือ ข้าพเจ้าต้องนอนกว่า 10 ชั่วโมงนี่สิ -*-
เสียดายเวลาจริงๆ นะ แก้ยังไงได้ล่ะ ??)
 
 
การนอนดึก ทำให้ตื่นสาย !!
จริงๆ แล้ว การทำงานของนาฬิกาเรือนนั้นในร่างกาย
ก็มีส่วนกำหนดว่าใครจะเป็นคนที่นอนหัวค่ำ ตื่นเช้า หรือ นอนดึกตื่นสาย
 
มีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่วงจรการนอน ถูกกำหนดให้เริ่มมีการนอนดึกมากกว่าคนอื่นๆ
ในขณะที่จำนวนชั่วโมงการนอนนั้น เท่ากับคนทั่วๆ ไป
ผลก็คือ คนๆ นั้นจะนอนตื่นสายมาก !!
 
อาจเริ่มง่วงประมาณ ตี หรือ ตี แล้วตื่นนอนประมาณ 11 โมงเช้า
คนพวกนี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเภท "นกฮูก" 
คือ.. หัวสมองจะแจ่มใสมากในตอนกลางคืน
แต่กลับง่วงหรือคิดอะไรไม่ค่อยออกในตอนกลางวัน
 
 
วงจรการนอนหลับโดยธรรมชาติของวัยรุ่น
มีแนวโน้มมาก ที่จะคล้ายกับคนกลุ่มนี้
คือ จะเริ่มง่วงเมื่อดึก และตื่นนอนเมื่อสาย
 
และถ้าต้องตื่นขึ้น เพื่อมาเรียนให้ทัน ในตอนเช้าด้วยแล้ว
ผลที่ตามมาก็คือ.. วัยรุ่นจะนอนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ จะสังเกตุได้ว่า.. 
พอถึงวันที่พวกเขามีโอกาสได้หยุดเรียน และไม่ต้องทำอะไร
พวกเขาจะนอนตื่นสายอย่างมาก !!
เพื่อชดเชยการนอนที่ขาดหายไปในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา..
 
(แป่ววว *-* จริงๆ ด้วย)
 
 
การนอนหลับเป็นสภาวะหนึ่งที่ร่างกายเราจะหยุดการเคลื่อนไหวต่างๆ
เสมือนเป็นการปิดสวิทช์ ต่อการรับรู้ต่อโลกภายนอกจนเกือบจะหมด
เรียกได้ว่า เป็นการหยุดพักผ่อนของร่างกายจริงๆ สินะ
 
 
วงจรการนอนหลับแบ่งออกได้เป็น 2 วงจรด้วยกัน เกิดขึ้นสลับกันไปในแต่ละคืน
 
วงจรแรกเรียกว่า NREM Sleep (non-rapid eye movement sleep)
 เป็นวงจรเกี่ยวกับการหลับ ที่จะลึกลงไปเรื่อยๆ
แบ่งออกเป็น 4 ระยะ
 
ระยะที่ 1 (เริ่มมีความง่วง)
 เป็นช่วงเริ่มหลับที่เปลี่ยน จากการตื่นไปสู่การนอน
ในคนปกติทั่วไป มักใช้เวลาตั้งแต่ 30 วินาที - 7 นาที
เป็นสภาพที่แม้จะได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็จะตื่น
 
ระยะที่ 2 (หลับตื้น)
 การหลับในช่วงต้น เป็นสภาพที่ไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอก
เป็นระยะแรกที่มีการหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน
ในระยะนี้ ผู้ที่หลับจะสามารถถูกปลุกให้ตื่นได้โดยง่าย
 
ระยะที่ 3 (หลับปานกลาง)
 ทั้งคลื่นสมอง และชีพจรจะเต้นช้าลง ความมีสติจะหายไป
การเคลื่อนไหวของตาจะหยุดลง แม้ได้รับสิ่งเร้าจากภายนอกก็จะไม่ตื่นง่ายๆ
ปรกติขั้นนี้จะกินเวลาประมาณ 20 - 30 นาที
 
ระยะที่ 4 (หลับลึก)
 เป็นช่วงที่หลับสนิทที่สุดของการนอน กินเวลาประมาณ 30 - 50 นาที
ถ้านอนหลับโดยปราศจากขั้นนี้ เราอาจมีการนอนละเมอหรือฝันร้ายได้ !!
ช่วงระยะนี้อุณหภูมิร่างกาย และความดันโลหิตจะลดลง
อัตราการเต้นของหัวใจลดลงเหลือประมาณ 60 ครั้งต่อนาที
โกรธฮอร์โมน (Growth hormone) จะมีการหลั่งในระยะนี้
 
 
วงจรที่สอง เรียกว่า REM Sleep (rapid eye movement sleep)
 เป็นวงจรที่กล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายแทบจะหยุดการทำงานกันหมด !!
ยกเว้นระบบการทำงานที่ยังชีพ ได้แก่ หัวใจ กระบังลม เพื่อการหายใจ
กล้ามเนื้อตา และกล้ามเนื้อเรียบ
 
ในช่วงนี้ตาจะกลอกไปซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว
ร่างกายจะได้พักผ่อน แต่สมองจะยังตื่นตัวอยู่
 
นอกจากนี้การหลับฝัน (REM) ยังช่วยจัดระบบความจำ
ทำให้จำเรื่องบางเรื่องได้นานขึ้น !! o_O
ระยะนี้นี่เองเป็นระยะที่คนเราจะฝัน แต่ก็จะตื่นง่าย
เพราะสมองทำงานเหมือนระยะที่ 1 ของ NON-REM
 
 
ช่วงเวลาหลับฝันนี้จะกินเวลาประมาณ 30 นาที
หลังจากผ่านช่วงหลับฝันไปแล้ว ก็จะกลับเริ่มที่ระยะที่ 1 ของ NON-REM ใหม่
หมุนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 80-120 นาที
 
คืนนึง เราจะนอนหมุนผ่านวงจรแบบนี้ไปหลายรอบ
ขึ้นกับระยะเวลาการนอน บางคืนจึงฝันได้หลายเรื่อง
นอกจากนี้ระยะเวลาของ REM จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรอบ
ในรอบใกล้เช้าหรือรอบหลังๆ เวลาของ REM จึงยาวนานมากขึ้น
 
 ความฝันที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องเป็นราวจะเกิดในวงจร REM
ดังนั้น เราจึงมักจะพบว่าเราฝันบ่อย ฝันเป็นเรื่องเป็นราวในตอนเช้ามืด
 
(สรุปว่ามันไม่เกี่ยวสินะ ที่ว่าฝันตอนใกล้สางจะเป็นจริงเนี่ย = ="
ต้องบอกแม่ จะได้เลิกแทงหวยซักที 5555+)
 
 
 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นอนหลับมากกว่า 10 ชั่วโมงในแต่ละคืน
แต่ วิคเตอร์ ฮิวโก และ วินสตัน เชอร์ชิลล์ นอนไม่เกิน 5 ชั่วโมง ต่อคืน
การนอนจะเริ่มลดระยะเวลาลง เมื่อคนเราอายุมากขึ้น
ในผู้สูงอายุเวลาการนอนกลางคืนจะลดลง ตื่นบ่อย และมักนอนกลางวัน
 
(งั้นทำไมข้าพเจ้าโง่ขนาด ไม่เห็นฉลาดอย่าง ไอน์สไตน์ เลย -*-
ต้องรอแก่ ถึงจะนอนน้อยลงหรอเนี่ย >////<"!)
 
 
ไม่ใช่เพราะแก่ลง ถึงนอนน้อย
แต่เพราะประสิทธิภาพการนอนของผู้สูงอายุต่างหากที่ลดลง
คนสูงอายุ จะหลับได้ไม่ค่อยลึก และมักจะหลับๆ ตื่นๆ
ซึ่งอาจเป็นจากวัยเอง หรือจากมีโรคทางกาย ที่รบกวนการนอน
จึงทำให้รู้สึกเพลีย เหมือนหลับไม่เต็มอิ่มหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า
 
คนสูงอายุยังคงต้องการการนอนหลับที่เท่าๆ เดิม
แต่คุณภาพการนอนต่างหากที่ลดลง เมื่อเทียบกับวัยผู้ใหญ่ !!
 
เมื่อคนเราอดนอน จะทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์
เกิดความไม่สมดุลในร่างกาย และจิตใจ เช่น หงุดหงิด อามรณ์แปรปรวน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
เกิดปัญหาการมองเห็น เช่นอาการร้อนในลูกตา แสบตา
เห็นภาพผิดปกติ หรือประสาทหลอน (หลังอดนอน 3 วัน) o_O"
บางคนมีอาการเหมือนเข็มแทงที่มือ และเท้า และจะไวต่อความเจ็บปวดมาก !!
 
คนที่นอนไม่เพียงพอ หรืออดนอนนานๆ ประสิทธิภาพต่างๆ ในการทำงานจะลดลง
เนื่องจากสมองล้า ร่างกาย อ่อนเพลีย และขาดสมาธิ
 
นอกจากนี้ในผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจมีความวิตกกังวล ตึงเครียดง่าย
โดยเฉพาะช่วงเวลาที่จะเข้านอน เตียงนอนอาจเป็นที่ไม่สบอารมณ์ได้ง่าย
เมื่อนึกถึงว่า คืนนี้จะหลับได้หรือไม่ หรือคืนนี้คงไม่หลับ อีกตามเคย
 
 
 
อย่างไรก็ตาม เราสามารถหายจากอาการนั้นได้
หากมีการฝึก ปรับเปลี่ยนให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอนหลับที่ดี
 
การเข้านอน และตื่นนอนตรงเวลาทุกวัน จะทำให้เกิดความเคยชิน
อยากนอน และอยากตื่น เมื่อถึงเวลา
ในคืนถัดมา หากนอนดึกกว่าปกติ ก็ควรพยายามตื่นให้ตรงเวลา
แม้จะง่วงในระหว่างวันบ้าง แต่ตกดึกก็จะหลับได้อย่างรวดเร็ว
และลุกจากเตียงนอนทันทีเมื่อตื่น
 
การเปิดหน้าต่างสัมผัสแสงสว่างช่วงเช้าๆ (6-7 โมงเช้า)
หรือกายบริหารหลังตื่นเบาๆ สัก 10-15 นาที ก่อนทำกิจกรรม อื่นต่อไป
จะช่วยให้สมอง และร่างกายตื่นตัว สามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้อย่างสดใส
 

สำหรับความง่วงที่เกิดขึ้นระหว่างวัน จนมันทำให้เราทนไม่ไหว !! >,<"
เราอาจจะต้องงีบช่วงกลางวันสั้นๆ แต่ไม่เกิน 30 นาที
เพราะถ้านานกว่านั้น อาจจะรบกวนการนอนที่ต่อเนื่องในเวลากลางคืน
 
อย่านอนเล่นนานๆ บนเตียง
ไม่ควรใช้เตียงนอนเป็นที่สำหรับอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือทำงานอื่นๆ o_O
การปฏิบัติกิจกรรมที่ไม่ใช่การนอนหลับบนเตียง
จะเร้าความรู้สึก "ตื่น" ในขณะที่เราอยากหลับได้ !!
 
นม หรือกล้วยก่อนนอน จะทำให้หลับได้ดีขึ้น ??
อาจจะใช้ได้ผลในบางคน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาถึงชนิดของอาหาร
ว่าอาหารที่ให้โปรตีนสูง จะทำให้การนอนหลับ แตกต่างจากอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงหรือไม่
 
แต่มีการศึกษาอย่างชัดเจน !! ว่า.. มีสารบางอย่าง ที่รบกวนการนอนหลับอย่างแน่นอน !!
เช่น สารที่มีคาเฟอีน (ชากาแฟ) เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ก่อนนอน เป็นต้น
 
การศึกษาพบว่า.. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
อย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
ในลักษณะของแอโรบิค เช่น การเดินการวิ่ง
จะช่วยทำให้การนอนหลับเกิดขึ้นได้ดี และต่อเนื่องตลอดคืนมากขึ้น
 
เทียบกับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือคนที่ออกกำลังกาย ใกล้เวลานอน
จะทำให้ร่างกายตื่นตัว ไม่พร้อมที่จะเข้าสู่การนอนหลับ
 
 
มีสาเหตุที่ทำให้ตื่นหลังเที่ยงคืน แล้วหลับต่อ ยาก !!
คือ โรคซึมเศร้า และการดื่ม แอลกอฮอล์ก่อนนอน
คนที่เป็นโรคซึมเศร้า อาจจะไม่ได้สังเกตุ อาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวเอง
ที่จะมีลักษณะหดหู่ เบื่อหน่าย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
 
แต่อาจจะสังเกตุได้เพียงว่า ตื่นนอนแล้วหลับต่อยาก
สาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น พบว่า.. สารเคมีบางตัวในสมอง ทำงานไม่สมดุลกัน
ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของเราด้วย
จึงทำให้มีอาการดังกล่าว แต่ถ้าการตื่นนอนในลักษณะนี้ เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์
คุณควรจะต้องงด และเลิกดื่ม เพื่อให้การนอนของคุณกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
 
 
ห้องนอน ที่เงียบ และมืดนั้นก็จะช่วยให้เกิดการนอนหลับที่ดี
ปรับอุณหภูมิในห้องให้พอดี ในขณะหลับ ไม่ร้อน หรือหนาวเกินไป
การนอนหลับ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อร่างกาย และอารมณ์อยู่ในสภาพผ่อนคลาย
 
กิจวัตรประจำวัน ช่วง 1-2 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน
ควรหลีกเลี่ยง การทำงาน หรือกิจกรรมที่ตึงเครียด
 
หากเป็นคนที่เครียดง่าย หรือมีเรื่องที่ต้องให้คิดจำนวนมากตลอดวัน
ควรปฏิบัติดังนี้ .. ใช้เวลาช่วงสั้นๆ หลังอาหารมื้อเย็น
จัดลำดับเรื่องต่างๆ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เช้า
แล้ววางแผนจัดการ แต่ละเรื่อง อย่างคร่าวๆ สั้นๆ ให้ปฏิบัติทุกวันจนเคยชิน
 
ถ้าเข้านอน 15-30 นาที แล้วยังไม่หลับ
ให้ลุกจากเตียง หาอะไร ทำเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง เปิดเฉพาะแสงไฟอ่อนๆ
หลีกเลี่ยงการดูทีวี ฟังข่าว (เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ตื่น)
 
 
กลับมานอนที่เตียงเมื่อ "ง่วง" เท่านั้น
อย่านอนแช่อยู่บนเตียงโดยไม่หลับถึงเช้า เพราะจะกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวล
 
การขจัดพฤติกรรมที่รบกวนการนอน ฝึกให้มีพฤติกรรม ที่ส่งเสริมการนอนหลับที่ดี
โดยปฏิบัติต่อเนื่อง อย่างน้อย 6-10 สัปดาห์ จะช่วยให้เกิดการนอนหลับที่ง่ายขึ้น ~
 
หากนอนหลับไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย
ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ !!
 
ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการนอน และความอยากอาหารของคนเรา คือ..
 ฮอร์โมนเลปติน(Leptin) และเกรลิน (Ghrelin)
 
ฮอร์โมนเกรลิน ถูกสร้างจากระบบทางเดินอาหาร มีผลในการกระตุ้นความอยากอาหาร
ในขณะที่ ฮอร์โมนเลปติน ถูกสร้างจากเซลล์ไขมัน แล้วส่งสัญญานไปยังสมอง เมื่อรู้สึกอิ่ม
 
ซึ่งในกรณีที่เรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ระดับของฮอร์โมนเลปตินลดลง
ระดับฮอร์โมนเกรลินเพิ่มสูงขึ้น มีผลทำให้เรารับประทานอาหารมากขึ้น !!
 
 
หลายคนมองข้ามความสำคัญ ในช่วงของการตื่นนอน
โดยคาดไม่ถึงว่า.. คุณค่าของช่วงเวลาที่ลืมตา ตื่นขึ้นมาครั้งแรกของวัน
อาจจะหมายถึง ความสำเร็จ หรือความล้มเหลวในวันๆ นั้นได้เลยทีเดียว
 
               หากวันใดเราตื่นขึ้นพร้อมกับการสร้างความรู้สึก ที่เบิกบานสดชื่น
ความสุข จากความสดชื่น จากใจที่เบิกบาน ก็จะทำให้เราทำอะไรได้สำเร็จอย่างง่ายดาย
 
แต่หากวันใด เราตื่นขึ้น พร้อมกับคิดถึง สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกหงอยเหงา เศร้าซึม
อารมณ์ก็จะไม่สดใส เมื่อคิดจะทำอะไรๆ
ก็ดูจะมีอุปสรรคติดขัดไปเสียหมด
เพราะความล้มเหลวนั้น เริ่มจากใจที่ขุ่นมัวในแรกเริ่ม
 
 
 
ยังไงซะ เราก็คงฝืนมันไม่ได้ เมื่อเราง่วง แล้วก็ต้องนอน
ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างดีที่สุดก็พอมั้ง >///<
 
 
 
ขอบคุณข้อมูล และรูปภาพนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

เพราะงั้นเราต้องนอน !
ได้ความรู้เพิ่มขึ้น ขอบคุณคะ big smile Hot!

#1 By -` เหล้าบ๊วย on 2012-06-06 17:33