เอนทรี่นี้เริ้นต้นด้วยความอยากกินจริงๆ ค่ะ ^O^
แล้วเดือนที่ผ่านมา ก็เป็นเดือนเกิดของจขบ.เองด้วย >.<
แม้จะเลยมาแล้ว = =" เราก็จะดึงมันมาให้เกี่ยวเป็นเรื่องเดียวกันจนได้ 555+
แต่ก็ถือเป็นควันหลง หยิบยกเอาเรื่องราวของขนมเค้กมาเขียนเอนทรี่นี้ซะเลยค่ะ ^^
 
.........................................
 
 
 
 ขนมเค้ก (Cake) มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง (Old Norse word)
มาจากคำว่า "kaka" 
 
 
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์
บอกทฤษฎีเกี่ยวกับต้นกำเนิดของธรรมเนียม
การใช้เค้กเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ในการฉลองวันเกิด ว่ามีหลายทฤษฎี
บางคนเชื่อว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ในขณะที่บางคนเชื่อว่าเริ่มขึ้นในยุคกลาง (Middle Ages)
 
ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อาหารเชื่อว่า..
เค้กวันเกิด มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว
เนื่องจาก คนสมัยก่อนชอบทำขนมอบ จำพวกขนมเค้ก และขนมปัง
เพื่อใช้บูชาในงานพิธีกรรมทางศาสนา งานแต่งงาน งานศพ รวมถึงงานวันเกิดด้วย >.<
 
 
และในสมัยกรีก มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับตำนานเค้กวันเกิด
ระบุเอาไว้ว่าเป็นขนมหวาน สำหรับบูชาเทพีจันทรา
โดยชาวเมืองกรีกนิยมทำเค้กน้ำผึ้ง หรือขนมปังหวานรูปวงกลม
เพื่อนำไปบูชาเทพีจันทรา ที่วิหารอาร์เทอมีส (Artemis)
 
ขณะที่นักทฤษฎีบางสำนักเชื่อว่า..
จุดเริ่มต้นของเค้กวันเกิด มีขึ้นครั้งแรกในประเทศเยอรมนี ช่วงยุคกลาง
ซึ่งเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของศาสนาคริสต์
โดยชาวคริสต์ จะทำขนมปังหวานเป็นรูปพระเยซู ที่ทรงอยู่ในผ้าห่อตัวในประสูติ
เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ที่ระลึก ในวันคล้ายวันประสูติของพระองค์
 
ในราวศตวรรษที่ 13 มีการค้นพบหลักฐาน
การอบขนมเค้กขั้นสูง ที่เก่าแก่ที่สุดจากชาวอียิปต์ โบราณ
โดยมักจะเป็นรสชาติของเค้กผลไม้ (Fruit cake) และ ขนมปังขิง (Ginger bread)
รูปแบบเค้กทรงกลม ที่เราเห็นกันทุกวันนี้
เริ่มราวกลางศตวรรษที่ 17 ในยุโรป
ซึ่งเป็นช่วงที่มีการพัฒนาของเตาอบ แบบพิมพ์ขนม และน้ำตาลทราย
รสชาติที่นิยมก็ยังเป็นรสผลไม้
 
 
เริ่มจากปี ค.ศ. 1843 นักเคมีชาวอังกฤษชื่อ อัลเฟรดเบิร์ด (Alfred Bird)
ได้ค้นพบ "ผงฟู" (Baking powder) ขึ้น
ทำให้เขาสามารถทำขนมปัง ชนิดที่ไม่มียีสต์ ได้เป็นครั้งแรก
ทั้งนี้เนื่องมาจากภรรยาของเขา อลิซาเบธ (Elizabeth)
เป็นโรคภูมิแพ้อาหาร ที่มีส่วนผสมของไข่ และยีสต์
 
 
สำหรับประวัติขนมเค้กในประเทศไทย
ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2480 ขนมเค้กยังไม่เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปมากนัก
จะมีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้น ที่ได้รับอารยธรรมตะวันตก
หรือใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาทำธุรกิจ
โดยร้านเบเกอรี่ (Bakery) ในกรุงเทพฯ มีอยู่ไม่มากนัก
ร้านที่เป็นที่รู้จัก คือ ร้านมอร์นโลเฮียงเบเกอรี่ ย่านถนนเจริญกรุง
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง
ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับต่างประเทศ
ทำให้การท่องเที่ยว มีการขยายตัวมากขึ้น
มีความต้องการบริโภค ขนมเค้ก ขนมปัง และขนมคุ๊กกี้ (Cookies) มากขึ้น
ทั้งยังเพื่อบริการ และรองรับให้แก่ลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีมากขึ้นด้วย
 
ด้วยเหตุนี้ธุรกิจเบเกอรี่ พวกขนมเค้ก ขนมปัง และขนมคุ๊กกี้
จึงขยายตัวและเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
 
แล้วเทียนที่ปักบนเค้กล่ะ ??
 เค้าบอกว่า.. เทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด มีที่มา และความเชื่อต่างกันตามแต่ยุคสมัย
 
ตามตำนานของชาวกรีกโบราณ
เชื่อกันว่า.. เทียนที่ปักอยู่บนเค้ก ซึ่งมีไว้สำหรับบูชาเทพีจันทรา
เหตุนั่นเพราะว่า ชาวกรีกต้องการใช้แสงสว่าง จากเทียนไขสีเหลืองนวล
ให้ทอแสงประกายไปทั่วตัวเค้กที่เป็นวงกลม
เพื่อให้เค้กนั้นมีลักษณะเหมือนดวงจันทร์ o_O จะได้เข้ากับพิธีบูชาเทพีจันทรา !!
 

ทว่า ..สำหรับชาวเยอรมันในอดีต
เชื่อว่า.. เทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิด ถือเป็นสื่อสัญลักษณ์
แทน "แสงแห่งชีวิต" โดยพวกเขาจะปักเทียนขนาดใหญ่เอาไว้ตรงกลางเค้ก
ให้สุกสว่างโชติช่วง เปรียบเสมือนเป็นแสงเทียนแห่งชีวิต !!
 
 
สำหรับผู้เชี่ยวชาญบางท่านระบุว่า..
ธรรมเนียมการปักเทียนบนเค้กวันเกิด
อาจจะเกิดขึ้น เพราะความเชื่อของชาวคริสต์ที่ว่า..
 พระเจ้าอาศัยอยู่บนท้องฟ้า และเพื่อที่ว่าพวกเขาจะสามารถติดต่อกับพระเจ้าได้
ก็ต้องอาศัยแสง และควันจากเปลวเทียน
 ด้วยเหตุนี้ จึงมีการปักเทียนบนเค้กวันเกิด
เพื่อให้พระเจ้าทรงรับรู้ในคำสวด และคำอธิฐานของเจ้าของวันเกิด !!
 
 
ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าที่มาของเทียนวันเกิด จะเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ใด
แต่ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวก็ได้ถูกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
 
อีกทั้ง ยังมีความเชื่อใหม่เกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ ด้วย
เช่น มีความเชื่อว่าจะต้องปักเทียน ให้เท่ากับจำนวนอายุของเจ้าของวันเกิด
 
 
และถ้าหากว่าเจ้าของวันเกิด สามารถเป่าเทียนให้ดับได้ทั้งหมด
ภายในหนึ่งอึดใจ แสดงว่าเขาจะโชคดีตลอดปี 
 หรือหมายความว่า คำอธิฐานของเขาจะกลายเป็นจริง
 
 
ในทางกลับกันหากไม่สามารถเป่าให้ดับได้ทั้งหมด
ก็แสดงว่าคำอธิฐานของเขาจะไม่เกิดขึ้น เป็นต้น
 
 
เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...
ไหนๆ เราก็รู้เรื่องเค้กวันเกิดไปแล้ว จขบ.เลยเอาเค้กน่ากินๆ มาฝากค่ะ
เพื่อเป็นการจบเอนทรี่นี้ค่าาาาาา ^^,,
 
.........................................
 
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพค่ะ
 

Comment

Comment:

Tweet

555555555555

#10 By (171.96.172.161|171.96.172.161) on 2014-11-12 13:17

#9 By 5555 (171.96.172.161|171.96.172.161) on 2014-11-12 13:16

#8 By (223.207.144.247|223.207.144.247) on 2014-10-27 12:30

 น่าทานมากเลยangry smile

#7 By แนต (182.93.184.230|182.93.184.230) on 2014-06-12 15:17

เห็นแล้วอยากกินเค้กมากเลย โฮกกก
น่ากินมากๆเลย ขอบคุณสำหรับความรู้และภาพสวยๆนะค่ะ

#5 By dyodo_8812 on 2012-06-02 18:33

@ifmoon แล้วจะไปเอาคำตอบมาให้นะคะ >.< double wink confused smile

#4 By CHICZZ on 2012-06-02 01:43

อยากรู้ว่า ทำไมทำบุญต้องกรวดน้ำ???
รูปเค้กน่ากินมาค่ะยิ่งภาพสุดท้ายนะ >_< น่ากินสุดๆ
ขอบคุณสำหรับเมนทรี่ดีๆค่ะbig smile

#2 By Domino on 2012-06-01 22:54

Hot! Hot! Hot!  รูปเค้กสีสดมาก