เพิ่งจบไป แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปอ่านเรื่อง Fit & Firm วัยใส ใส่ใจตัวเอง
ในบล็อกของคุณ @aumlovely
 
เลยเอาเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณ มาเขียนเอนทรี่ซะเลย
เพราะใครๆ หลายคนก็คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งนั้น
 
 
ความสวยนี้มันสร้างสรรค์ลำบากนะคะ
ถ้าพ่อแม่ไม่ได้มอบให้เรามาตั้งแต่เกิด
คงจะต้อพึ่งคุณหมอให้สร้างสรรค์ให้เราแทน 5555+
 
จขบ.เป็นคนนึงที่มีปัญหาเรื่องผิวพรรณเช่นกันค่ะ
แต่จขบ.เองก็มีวิธีแปลกๆ แบบเฉพาะตัว
ไม่ค่อยพึ่งวิธีที่เค้าฮอตฮิตกันทั่วไป เท่าไหร่นัก
 
วันนี้จขบ.เลยอยากจะรวบรวมข้อมูล ทั้งเรื่องของครีมบำรุง โฟมล้างหน้า
เคล็ดลับต่างๆ อาหารการกิน ที่จะทำให้หน้าใสๆ สวยๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ
จะชาย จะหญิง ก็เอาไปใช้ได้หมดนะคะ
มาเริ่มกันเลยค่ะ Let's Go !! ~~
 
v
v
v
 
 
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย
โดยคิดเป็น น้ำหนักประมาณ 16% ของน้ำหนักตัว
มีลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละส่วนของร่างกาย  
ทั้งในด้านโครงสร้าง ความหนา และสีผิว
 
ผิวหนังประกอบด้วย 2 ชั้น อย่างที่เราเคยร่ำเรียนมาค่ะ >.<
คือ 1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นที่อยู่บนสุด 
กับ 2. ชั้นหนังแท้ (Dermis หรือ corium) เป็นชั้นที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า
 
 
 
ส่วน สีผิวหนัง (skin color) แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

1. Constitutive skin color คือ สีผิวที่เป็นมาตั้งแต่เกิด 
โดยมีพันธุกรรมเป็นตัวกำหนด และไม่มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง
 
 
เราสามารถดูได้จากสีผิวของทารกแรกเกิด
แต่ในผู้ใหญ่สามารถดูสีผิวชนิดนี้ได้บริเวณก้น (Buttock) >.<
หรือบริเวณที่ไม่ได้โดนแสงแดดเป็นประจำ
 

 
2. Facultative skin color คือ สีผิวที่เปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากมีปัจจัยอย่างพวก แสงแดด, ฮอร์โมน, การตั้งครรภ์ มากระตุ้น ตัวอย่างเช่น
สีผิวบริเวณแขนด้านนอกจะเข้มกว่าตอนแรกเกิด เนื่องจากโดนแสงแดด
หรือสีผิวบริเวณลานหัวนม (areoalr)  และหัวนม (nipple) จะดำขึ้นหลังจากตั้งครรภ์
หรือสีผิวบริเวณที่เคยเป็นสิวอักเสบหลังจากสิวหายแล้วทิ้งรอยดำไว้  เป็นต้น
 
 
นอกเหนือจากนี้ เราคงเคยได้ยินคำว่า สารเมลานิน (Melanin)
หรือเม็ดสี ที่สร้างจาก เมลาโนไซต์ (melanocyte)
มันอยู่ในชั้นหนังกำพร้า ส่วนล่างสุด

เมลาโนไซต์ จะสร้างสารเมลานิน บรรจุในแคปซูล เรียกว่า เมลาโนโซม
เมื่อสร้างเสร็จ มันจะส่งไปตามเซลล์ผิวหนัง
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้ดังนี้
 
1. ยูเมลานิน (Eumelanin) เป็นเซลล์เม็ดสีเข้ม
2. ฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) เป็นเซลล์สีเหลือง หรือแดง
 
 
ฉะนั้น คนผิวขาว ผมแดง จะมีฟีโอเมลานินมาก
ส่วนคนผิวเข้ม ผมดำ จะมียูเมลานินมาก
 
ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่ทำให้คนผิวดำ
แตกต่างจากคนผิวขาว และผิวเหลือง นั่นก็คือ ..
 
คนผิวเข้ม !! จะมีการสร้างเมลาโนโซมขนาดใหญ่กว่า จำนวนมากกว่า 
จึงทำให้สร้างเมลานินได้มากกว่า
รวมถึงเมลาโนโซม ก็ถูกทำลายช้ากว่า!! คนผิวขาวด้วย
 
แต่อย่างไรก็ตาม สีผิวของคนเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเมลานินเพียงอย่างเดียว
แต่ยังขึ้นอยู่กับเส้นเลือด และสารบางชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน
(เป็นสารตั้งต้นของ วิตามินเอ) ที่ทำให้ผิวเหลือง
นอกจากนี้ผิวหนังทั่วร่างกายของเรา ก็มีการกระจายตัวของเม็ดสีไม่สม่ำเสมอกัน
 
.......................................
 
 
 
ค่านิยมสมัยนี้ ถ้าไม่ขาวก็คงจะถูกมองข้ามไปเลย !!
สาวๆ คนไหนเกิดมาไม่ขาว ก็ต้องแอบน้อยใจกันไปบ้าง T^T
เพราะแค่ไม่ขาว ก็กลายเป็นว่าไม่สวยไปโดยปริยาย >,<"
 
แล้วแบบนี้ มันจะมีวิธีไหนมั้ย ที่จะแหกกฏเกณฑ์พันธุกรรมมาได้ !!!
ในเมื่อ.. เรา.. อยาก.. ขาววววววว )))"!!
 
เพราะเหตุนี้ จขบ.จึงรวบรวมเคล็ดลับความขาวมาฝากค่ะ >.<
v
v
v
 
เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า "Glutathione" (กลูตาไธโอน)
เป็นสารที่ทำให้ผิวขาวผ่อง และเป็นที่นิยมกันมาก 

แม้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จะออกมาเตือนผู้บริโภค
ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณา ที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ !!

เพราะความเป็นจริงแล้ว ไม่มี ผลิตภัณฑ์ใด ที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร
ผลิตภัณฑ์ หรือยา อาจช่วยให้ผิวขาวได้ แค่ชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อหมดฤทธิ์การกระตุ้นที่ฝืนธรรมชาติ ร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติค่ะ
 
(กลูตาไธโอน เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
ปกติแพทย์จะใช้ในปริมาณเพียง 200 มิลลิกรัม ต่อครั้ง
มีกลุ่มคลินิกเสริมความงาม อ้างว่า ใช้สารนี้ผสมกับวิตามินซี เพื่อฉีดทำดีท็อกซ์ผิวขาว)
 
งั้นมาดูกันค่ะ
v
v
v
 
กลูต้าไธโอน เป็นสารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine, Glycine และ Glutamic acid
หน้าที่หลักของสารทั้ง 3 ตัวนี้ ที่เด่นๆ มีอยู่ 3 ประการ คือ..
 
Detoxification เป็นกลูต้าไธโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ ในร่างกาย
โดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษ ออกจากร่างกาย
โดยไปเปลี่ยนสารพิษ ชนิดที่ไม่ละลายในน้ำ (แต่ละลายในน้ำมัน)
เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง
หรือเปลี่ยนให้สารละลายน้ำได้ดีขึ้น และง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา)
สารพิษจากบุหรี่ และยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ
 
 
Antioxidant เป็นกลูต้าไทโอน ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant)
ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย หากขาดมันไป วิตามินซี และอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
 
Immune Enhancer เป็นตัวช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย
โดยไปกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิด เพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส
นอกจากนี้กลูตาไทโอน ยังช่วยสร้าง และซ่อมแซม DNA
รวมทั้งสร้างโปรตีน และ โปรสตาแกลนดิน (protaglandin)
 
 
สรุป !!

สารกลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่มีกำลังสูง
เมื่อเปรียบเทียบกับ วิตามินซี หรือ วิตามินอี
 
เมื่ออายุคนเรามากขึ้น )) ปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกาย จะลดน้อยลง ((
มีผลทำให้เซลล์ และอวัยวะทุกส่วนเสื่อมโทรมลง
ในทางตรงกันข้าม ;)( นักวิจัยพบว่า ผู้ที่มีอายุยืนยาว และมีสุขภาพแข็งแรง
มักจะตรวจพบสารกลูตาไธโอนปริมาณสูงในกระแสเลือด !!
 
(ตั้งแต่จขบ.อ่านมา ยังไม่เจอตรงไหนบอกเลยค่ะว่า ไอเจ้า กลูตาไธโอน ช่วยปรับเม็ดสีให้น้อยลงได้
แล้วอย่างนี้มันจะช่วยให้เราขาวขึ้นได้ไงอะ -*-)
 
 
ฉะนั้น !!
 
เรามาพึ่งวิธีง่ายๆ ทำได้เอง แต่อาจจะใช้เวลาและความอดทนดีกว่านะคะ ^^"
ฮี่ๆๆ >.< วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมอง ด้วยวิธีธรรมชาติๆ
Let's Go !! >>
 
 
 
การขัดผิว เป็นวิธีการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้ออกไปจากผิว
โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่ายๆ แต่ได้ผล
ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือกสรรเลยค่ะ
อย่างเช่น มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว 
 
ขั้นตอนก็คือ นำอย่างใดอย่างหนึ่ง มาผสมกับเกลือทะเล เพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว
แค่นี้.. คุณก็มีสครับขัดผิวเป็นของตัวเองแล้ว >,<
หรือจะใช้ใยบวบ ใยไผ่ ในการช่วยขัดผิวก็ได้ค่ะ
การขัดผิวนี้ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป
แล้วเผยผิวใหม่ ที่แน่นอนว่า ต้องสว่างใสกว่าเดิม !!
เราอาจจะต้องควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง
เพราะมันคงไม่เห็นผลแบบ หน้ามือเป็นหลังมือใช่มั้ยล่ะคะ ^_^
 
(ปล. วิธีนี้จขบ.ก็ใช้ค่ะ แต่บ่อยหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพผิว
บางคนผิวหน้าบาง แพ้ง่าย สิวอาจเห่อได้ จขบ.จึงเน้น นานๆๆๆ ทำทีเลยล่ะค่ะ
เพราะจขบ.เชื่อทฤษฎีที่ว่า การทำให้ผิวหน้าเราแข็งแรง โดยไม่ไปยุ่งกันมัน นั้นดีที่สุด !!)
 
 
 
 AHA (เอเอชเอ) หรือกรดผลไม้ ย่อมาจาก Alpha Hydroxyl Acids
มีสรรพคุณ ที่กล่าวกันว่า.. เป็นสารช่วยลดริ้วรอยจุดด่างดำบนผิวหนังได้ !!
 
มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงาม หรือร้านขายยาทั่วไป
ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา
ทำให้เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้
ต้องดูแล และระวัง เรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมากกว่าเดิม
 
(ปล. เพราะมันไปกระตุ้นให้ผิวของคุณผลัดออก ผิวใหม่ที่ขาวกว่า
แต่บางลง พอไปโดนแดด อาจจะไหม้ หรือคล้ำได้เร็วกว่าเดิมค่ะ
ให้ผลดี แต่ก็มีผลเสียเช่นกัน >.<")
 
 
 
น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่อ่างน้ำนมแล้วล่ะค่ะ >,<
คุณสามารถทำตามวิธีนี้ ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรงไปเลย
อาจใช้ใยบวบ หรือใยไผ่ที่ฮอตฮิตกันอยู่ตอนนี้ มาขัดผิวเบาๆ ไปด้วย
แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้น
 
 
(ปล.แค่แช่คงมีแต่จะทำให้ผิวเรานุ่มขึ้น แค่เปลี่ยนมาขัดด้วย
เราก็จะได้ความขาวมาเป็นของแถมแล้ว >,< แค่อาจจะต้องใช้เวลากันนึดนึงนะคะ)
 
 
 
ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา
ในกรณีที่เราต้องเผชิญกับแสงแดดจัดๆ จะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา
 
และอย่าลืม !! ว่า.. ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิว หรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาดๆ
ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคุณ !! เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก
ควรทาครีมกันแดด 20 นาที ก่อนออกแดดทุกครั้ง
และทาซ้ำอีกทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ด้วยค่ะ !! ^^
 
 
 
การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรก
ที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส