นี่ก็เข้าฤดูฝนกันแล้วนะคะ
แม้ว่าบ้านเราจะมีฤดูกาลที่ไม่ค่อยจะตรงซักเท่าไหร่
 
เคยได้ยินบางคนบอกว่า..
ประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากๆ ที่สุด !!
เอิ่มม มม. *////* ฟังแล้วก็.. เหมือนจะจริง 555+
 
จขบ. เองก็เป็นคนที่ชอบฤดูหนาวมากๆ
เลยแอบเซ็งๆ กับอากาศของบ้านเรา ที่ไม่เคยหนาวเลย = ="
 
ในเมื่อมันไม่หนาว ก็ขอฝนหน่อยละกัน ^^
เคยได้ยินหลายคนบ่นว่า .. (ได้ยินอีกละ *-*")
หน้าฝนมาทีไร บรรยากาศมักจะเข้ากับอารมณ์อกหักเสมอ
(ออกแนวนั่งทำเอ็มวีประมาณนั้นใช่มั้ย ??)
 
ฟ้าครึ้มๆ ไม่มีแสงแดด เสียงสายฝน กลิ่นชื้นๆ มันทำให้สดชื่นออก >,<"
สดชื่นแล้วก็หลับได้อย่างง่ายดายด้วยค่ะ ^.^
 
จขบ.คิดว่าคงเป็นเพราะ สีฟ้ารึเปล่า เลยทำให้ดูเศร้าๆ เหงาๆ
แต่ถ้าคนมันจะอกหัก มันอกหักได้ทุกฤดูหนิ >,<"
 
เกริ่นไปซะเยอะเลย จขบ.เห็นช่วงนี้ฝนตกค่ะ
ออกไปหน้าบ้านก็เห็นสายรุ้งพาดก้อนเมฆ สีสันสดใส
มองแล้วมีความสุขมากๆ ค่ะ
 
วันนี้จขบ.เลยเอาเรื่องราวของรุ้งกินน้ำ หรือ สายรุ้ง มาฝากตัวจขบ.เอง >.<
แล้วก็เผื่อคนอื่นๆ ที่อยากรู้ค่ะ ^.^
 
 
คำว่า "รุ้งกินน้ำ" ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า "Rainbow"
ซึ่งมาจากคำย่อย 2 คำ คือ Rain+bow
ซึ่งสื่อถึง "โค้งที่เกิดขึ้นเมื่อมีฝน"
 

 
สายรุ้ง หรือรุ้งกินน้ำ
เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแบบหนึ่ง
ซึ่งเราสามารถพบเรื่องราวของสายรุ้งได้ ในเรื่องเล่าของวัฒนธรรมต่างๆ
ซึ่งล้วนมีทฤษฎี เพื่ออธิบายการเกิดของรุ้งเป็นของตัวเอง
และทำให้รุ้งมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันมากมาย
เช่น ลิ้นพระอาทิตย์ (The Tongue of the Sun),
วิถีแห่งคนตาย (Road of the Death),
สะพานสายฝน (Bridge of the Rain),
ชายเสื้อแห่งสุริยเทพ (Hem of the Sun-god’s Coat),
วิถีแห่งเทพสายฟ้า (Road of Thunder God),
สะพานระหว่างโลกและสวรรค์ (The Bridge between Heaven and Earth),
หน้าต่างสวรรค์ (Window to Heaven), 
และชนแห่งเทพสายฟ้าหรือพระอินทร์ (The Bow of Indra, God of Thunder) 
 

 
แม้แต่ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ก็ยังกล่าวว่า..
สายรุ้งเป็นคำสัญญาของพระเจ้า ที่ให้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดว่า โลกจะไม่ถูกทำลายจากน้ำท่วมอีก !!
 
และนี่คือเรื่องราวค่ะ
v
v
v
 
เมื่อพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมาแล้ว แต่มนุษย์ทำแต่ความบาป
จนพระเจ้าไม่เห็นมีมนุษย์คนไหนดีเลย
ยกเว้นโนอาห์ ที่เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า
 
เมื่อพระเจ้าไม่เห็นมีใครเป็นคนดี
จึงทรงคิดล้างโลก ด้วยการทำให้น้ำท่วมโลก !!
 
แต่พระเจ้าเห็นแก่โนอาห์ จึงยอมไว้ชีวิตเขา และครอบครัว
พระเจ้าเลยสั่งให้โนอาห์สร้างเรือไม้ที่ใหญ่มากพอ
ที่จะรับครอบครัว และสัตว์ต่างๆ ได้เมื่อน้ำท่วมโลก
 
แล้วจากนั้น น้ำก็ท่วมโลกอยู่ 150 วัน เมื่อน้ำลดแล้ว
พระเจ้าก็ทรงทำพันธสัญญากับมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ
ว่าจะไม่ทำลายมนุษย์ และสัตว์โดยการทำให้น้ำท่วมอีก !!
 
และทรงสร้างสายรุ้ง ให้เป็นเครื่องหมายให้มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ
ได้ระลึกว่า..เมื่อฝนตก ครั้งใดก็จะไม่ถึงขนาดทำให้น้ำท่วมอีก
 
เพราะเหตุนี้เมื่อฝนตกจึงมีสายรุ้งเกิดขึ้น
และสายรุ้งนั้นมี 7 สี อย่างที่เราทราบกัน
ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเลขของพระเจ้าอีกด้วย
 
 
 
เจ้าของเอนทรี่นี้บอกว่า..
ใครที่มีพระคัมภีร์ ก็ไปเปิดอ่าน ปฐมกาล 9 : 8 - 17 ได้นะคะ
 
จขบ.เองก็เพิ่งจะเคยได้ยินประวัติของสายรุ้งเรื่องนี้ค่ะ >.<"
ฮี่ๆๆๆ ค้นคว้าหาอ่านอีก ก็เจออีกว่า..
 
มีความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับรุ้งกินน้ำ
ชนเผ่าหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ เชื่อว่า ..
สายรุ้งที่เกิดในทะเลถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามันเกิดขึ้นบนบก
มันจะเป็นสัญญาณของวิญญาณชั่วร้ายที่กำลังมองหาเหยื่อ o_O
 

 
ในแถบยุโรปตะวันออก มีความเชื่อเช่นกันว่า ..
นางฟ้าได้ใส่ทองคำไว้ที่ปลายรุ้ง
และจะมีเพียงมนุษย์ที่เปลือยเปล่าเท่านั้น ที่จะพบทองนั้น !!
 
และเรื่องเล่าเก่าแก่ของชาวโรมาเนียก็อ้างว่า ..
ปลายของสายรุ้งที่ตกในแม่น้ำ หากใครที่คลานไป และดื่มน้ำบริเวณดังกล่าว
จะกลายร่างเป็นเพศตรงข้ามทันที !! O_O
 
 
ยังมีเรื่องเล่าที่คล้ายคลึงกัน กล่าวว่า ..
ใครที่ลอดผ่านโค้งรุ้ง จะเปลี่ยนเป็นเพศตรงข้ามได้ !!
 
เพื่อนบ้านเราก็มีความเชื่อเกี่ยวกับรุ้งกินน้ำค่ะ
ชาวกัมพูชา หรือเขมร เรียกรุ้งกินน้ำ ในความหมายว่า ธนูพระอินทร์
เพราะมีรัศมีโค้งข้ามฟ้า เหมือนคันธนูที่โก่งจนเต็มที่
 
ในประเทศไทยเอง ก็มีความเชื่อที่ว่า ..
ถ้าชี้นิ้วไปที่รุ้ง นิ้วนั้นจะกุดหรือหายไป ต้องแก้เคล็ดด้วยการเอามือเช็ดก้น !!~
(แฮ่ๆ ~ แอบขำนิดนึงได้มั้ย >,<)
 
 
ชาวจีน ก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า ..
ถ้ารุ้งกินน้ำเกิดขึ้นทางตะวันออก จะไม่มีใครกล้าชี้
เพราะจะทำให้เกิดโชคร้าย และมักจะทำให้เป็นแผลที่มือข้างที่ชี้
 
ชาวจีน ยังเชื่ออีกว่า..
ถ้าเมื่อใดเกิดมีรุ้งกินน้ำ เมื่อนั้นฝนจะหยุดตก
จนมีคำกล่าวที่ว่า..
"เหมือนมองหาเมฆเพื่อให้ได้ฝน แต่พอเห็นเมฆมาแล้วก็ไม่สบายใจกลัวรุ้งกินน้ำจะตามมาด้วย
แล้วฝนก็จะเหือดหายไปเสีย"
 
 
รวมทั้งลัทธิบอน (Bon) ของทิเบต ก็เชื่อว่า..
ชาวทิเบตคนแรกลงมาจากท้องฟ้า สู่ขุนเขาสูง ด้วยบันไดวิเศษของรุ้งกินน้ำ
ครั้นเมื่อได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนา 
 
ชาวทิเบตยังเชื่ออีกว่า ..
เมื่อผู้บรรลุมรรคผลได้สิ้นชีวิตลง สังขารก็จะสลายกลายเป็นแสงงดงามของรุ้งกินน้ำ
 

 
นอกจากนั้น สีของสายรุ้ง ยังมีความสำคัญในเรื่องเล่าเช่นกัน !!
บางคนเชื่อว่า..
ถ้าสีใดในสายรุ้งโดดเด่น หรือสังเกตเห็นเด่นชัด
จะมีความหมายต่างๆ กันไป เช่น
แสงสีแดง หมายถึงสงคราม
สีเขียว หมายถึงความอุดมสมบูรณ์
และสีเหลือง หมายถึงความตาย !! o_O"
 
 
แม้ในเรื่องเล่าต่างๆ ของสายรุ้ง จะมีที่มา และความเป็นไปที่ค่อนข้างลึกลับ
แต่ความเป็นจริงแล้ว
การเกิดสายรุ้งอธิบายได้ง่ายๆ ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ค่ะ