มา...ที่เรื่องราวใกล้ตัว ใกล้มากๆ เพียงมองก็เห็น
อยู่ที่มือเรานี่เอง "เล็บมือ" บางคนก็ใส่ใจ ดูแล ต่อเล็บ เพ้นท์เล็บกันสวยงาม
กลายเป็นแฟชั่น ควบคู่กับการแต่งกายไปแล้วค่ะ ^^
 
ถ้ามัวแต่ทำให้มันสวยงาม ภายใต้สีสันเหล่านั้นเล็บเรากลับโดนทำร้ายอยู่นะคะ !!
ทุกอย่างที่ไม่ใช่ธรรมชาติ มีการแต่งเติมเข้าไป ย่อมมีข้อเสียกันบ้างแหละค่ะ >,<"
 
วันนี้เลยอยากรวบรวมเรื่องเกี่ยวกับเล็บ ~!
และลายเล็บสวยๆ มาให้คุณสาวๆ ได้ชมกันค่ะ
 
 
//////////////////////////////////
 
 
เรื่องเกี่ยวกับเล็บเนี่ย เค้ามีกันมานานแล้วล่ะค่ะ
ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 4,000 ปี โน้นนนนน นน ~~
ตั้งแต่ยุคสมัยบาบิโลนกันเลยทีเดียว จนมาถึงในยุคสมัยอียิปต์โบราณ
 
 
มีงานเขียนในยุคนั้น ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชนชาวอียิปต์เอาไว้
ว่าทั้งชาย และหญิงจะมีการพ่นสีแดงบนพวงแก้ม และรอบดวงตาของพวกเขา
รวมทั้งใช้ทองคำบริสุทธิ์มาตกแต่งเล็บ (โอ้ววว วว ~ รวยโคตะระ !!)
และตรวจพบเครื่องมือทำเล็บด้วยทองคำในสุสานของชาวอียิปต์โบราณ !!!
รู้จักใช้สารจากต้นเฮนนา มาทาฝ่ามือเพื่อให้เป็นสีชมพูทำให้ดูเยาว์วั
 
 
เฮนนาเป็นสารย้อมสีน้ำตาลอมแดงทำจากต้นเฮนนา ซึ่งเป็นไม้พุ่มที่ขึ้นอยู่ในประเทศอียิปต์
หญิงชาวอียิปต์ยังใช้เฮนนาเป็นส่วนผสมสำหรับสีทาเล็บ
นอกจากนี้ผู้ชายชาวอียิปต์โบราณก็ใช้ผงเฮนนาย้อมผม และเคราด้วย !!
 
ต้นเฮนน่า (Henna) (เอ่ออ ออ.. คงไม่ใช่ต้นแล้วล่ะน่าจะเป็นกิ่งใบ และผลของมันมากกว่า)
 
ในสมัยที่มีความเฟื่องฟูสูงสุด
ชาวอียิปต์โบราณจะไว้เล็บยาว และทาเล็บสีแดง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอิสระ
(ไม่ได้ตกเป็นแรงงานหรือทาส)

ดังนั้น !! เล็บที่ตกแต่งอย่างดี สงวนไว้สำหรับคนที่อยู่ในสถานะสูงสุดในสังคมเจ้าค่ะ ~!
แต่จากนั้น ราชินีของชาวอียิปต์โบราณ
ได้ประกาศว่าขุนนางเท่านั้น !! จึงจะได้รับอนุญาติให้มีสีแดงปรากฏบนเล็บมือ !!
 
 
ในฝั่งเอเชียของเราก็มีปรากฎให้เห็นเช่นกันค่ะ
พวกขุนนางชาวจีน ถ้ามีสภานะในสังคมสูง ก็จะต้องไว้เล็บให้ยาวมากขึ้นนน..
เฉกเช่น สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี่ พระพันปีหลวงของจีน
หรือที่รู้จักกันในประเทศไทยว่า "ซูสีไทเฮา"
ก็เป็นที่รู้กันดีในเรื่องการบำรุง และดูแลเล็บให้ยาวเป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี !!
(เอ่ออ ออ ~! แต่ในรูปนั่นดูไม่ธรรมชาติเท่าไหร่เลยอะค่ะ ><")

 
Alice White perfects her nail polish
 
........ย้อนกลับไปในสมัยหลังสงคราวโลกที่ 1 ช่วงทศวรรษที่ 1930
สีทาเล็บเริ่มเป็นที่นิยม เนื่องจากดารา Hollywood ในยุคนั้น
เริ่มเลือกใช้และดูแลเล็บ เป็นที่ปรากฏบนหน้าจอภาพยนต์ต่างๆ
ทำให้ผู้หญิงในสมัยนั้นเริ่มมองหาสีทาเล็บกันมากขึ้นนน..
 
ช่วงต้นๆ ปี 1960
การใช้สีทาเล็บกลายเป็นเรื่องสนุก ~~
ไม่ว่าจะเป็นสีทาเล็บโทนสีเหลือง สีม่วง สีเขียว และสีฟ้า
ซึ่งสุภาพสตรีทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มีเงินสำหรับการทำเล็บมือแบบมืออาชีพ
จึงสามารถเลือกใช้สีทาเล็บที่มีอยู่ในท้องตลาดเพื่อดูแลเล็บด้วยตัวเอง
และเป็นยุคเริ่มต้นของเล็บพลาสติกที่มีกาวติด
ช่วยให้สุภาพสตรีสมัยนั้นมีเล็บที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
 
 
แต่ถ้าจะต้องเริ่มนับเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการดูแลเล็บแบบมืออาชีพ
ก็คงจะต้องเริ่มนับ ตั้งแต่ปี 1980
เมื่อมีบางบริษัทได้เริ่มเสนอขายเครื่องสำอาง
รวมไปถึงกระดาษ และอุปกรณ์ที่ช่วยในการซ่อมแซมเล็บที่หัก
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการนิยมต่อตกแต่งเล็บ

 
French หรือ French manicure เป็นการทำ manicure ให้คล้ายเหมือนเล็บธรรมชาติ
โดยลักษณะของปลายเล็บจะทาด้วยสีขาว
แล้วที่ส่วนที่เหลือของเล็บจะทาด้วยสีชมพูหรือสีนู้ด
French manicure อาจมีมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 18 ในปารีส
และเป็นที่นิยมในช่วงทศวรรษที่ 1920 และ 1930
 หลายคนเลือกทำเล็บแนว French manicure
เพราะเรียบง่าย และทำให้เล็บดูเป็นธรรมชาติดูสุขภาพดี
 
การแต่งเล็บแนว French หรือ French manicure
 
 
เล็บ...ที่เป็นธรรมชาติจะทำขึ้นมาจากโปรตีนเคอราติน
เปลือกเล็บต้องการความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น
เพื่อให้เล็บมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง
การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับเล็บ และทายาทาเล็บสีใส
ที่มีส่วนผสมของโปรตีนเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะช่วยเล็บมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง !!
 
 
"เล็บฉีก" เหมือนดั่งกระดาษ ควรเริ่มรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด่วนๆ ค่ะ
เพื่อที่จะช่วยซ่อมแซมเล็บ เช่น ผักผลไม้ ถั่ว และธัญพืชชนิดต่าง ๆ
เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รวมไปถึง ไข่ หอย มันฝรั่ง อะโวคาโด
เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุ สารอาหาร และวิตามิน
ที่เป็นประโยชน์ต่อเล็บ จำพวกไบโอติน วิตามินบี 7 วิตามิน H
จะทำให้เล็บแข็งแรงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ !!
 
 
หรือเลือกใช้ครีมบำรุงเล็บโดยเฉพาะ หมั่นทาเป็นประจำหลังอาบน้ำ
ควรเลิกทาเล็บ หรือเคลือบเล็บสักระยะ เพื่อเป็นการพักเล็บหรือปล่อยให้เล็บได้หายใจ
เพราะการใช้ยาทาเล็บบางชนิดที่มีสารเคมี จะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเล็บได้นะคะ ^^
 
 
การทำพาราฟิน ทรีทเม้นท์ (Paraffin Wax) อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ
มันสามารถช่วยให้บริเวณฝ่ามือ และเท้าที่แห้งหยาบกระด้าง
มีความนุ่มนวลน่าสัมผัส บำรุงเล็บให้มีความแข็งแรง เงางามมากขึ้น
การเคลือบด้วยพาราฟินเสมือนเป็นการทำมินิเซาวน์น่าเล็กๆ
ที่จะช่วยคลายความเครียดให้กับกล้ามเนื้อเกร็งปวด
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตค่ะ
(ยังไม่เคยทำอันนี้อะนะ ต้องไปลองกันดูค่ะ ^^)
 
 
อยากทำเล็บให้กลับมาขาวตามธรรมชาติ >,<"
เริ่มจากการนำมะนาวที่เราใช้แล้ว โดยมากจะคั้นน้ำออกไปเหลือแต่เปลือก
นำเปลือกเหล่านั้นหั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำด้านในเปลือกทาลงบนเล็บ
น้ำมะนาวที่ยังเหลืออยู่จะช่วยทำให้เล็บขาวขึ้น
ทาทิ้งไว้ หรือจะแปะลงบนนิ้วเลยก็ได้ซักสามนาทีแล้วสังเกตผลลัพธ์
 
 
Baking Soda หรือ ผงโซดา
 
ถ้าอยากได้ผลลัพท์ที่น่าพอใจยิ่งขึ้น !!
ให้นำน้ำมะนาวผสมกับ Baking Soda ในปริมาณที่พอเหมาะ
แล้วนำไปขัดด้วยแปรงสีฟันเก่าๆ ที่เล็บ คราบเหลือง และหมอง จะค่อยๆ หายไปเอง..
 
 
เรื่องเล็บๆ เนี่ยมีเรื่องราวมากมายเลยนะเนี่ย
กินเนื้อที่บนร่างกายแค่นิดนึง แต่มีผลกับคนเราเยอะแยะเชียว
ทั้งด้านรูปลักษณ์ และด้านความเชื่ออีก !!
ความเชื่อแบบนี้คงได้ยินกันมานาน แต่ไม่ค่อยจะทำตามกันเท่าไหร่
มาดูอีกทีซิ.. ว่าคนสมัยโบราณเค้าเชื่ออะไรกัน ));
สมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับวันที่เราจะตัดเล็บ
ว่าวันไหนควรตัด วันไหนไม่ควรตัดค่ะ
(แอบสงสัยเค้าเอาอะไรเป็นเกณฑ์วัดอะ ??)
 
ตัดเล็บ วันอาทิตย์ :: ไม่ดี ศัตรูจะมีมาก 

  ตัดเล็บ วันจันทร์ :: ดี มีแต่โชคลาภ ร่ำรวย 

  ตัดเล็บ วันอังคาร :: ไม่ดี ทรัพย์สินจะหมดหาย 

  ตัดเล็บ วันพุธ :: ดี มีแต่ความสุข เย็นใจ 

  ตัดเล็บ วันพฤหัสบดี :: ไม่ดี จะมีแต่ความทุกข์ 

  ตัดเล็บ วันศุกร์ :: ดียิ่ง จะมีทรัพย์สมบัติมาก เพิ่มพอกพูน 

  ตัดเล็บ วันเสาร์ :: ไม่ดีเลย จะเจ็บไข้ได้ป่วย
 
 
 
โอ้โหหหห ~~ รู้ไปเยอะเลยแฮะกับเรื่องเล็บๆ
ทำตามวิธีบำรุงทั้งหมดคงไม่ไหว >,<"
ไปดูอะไรที่สวยงามดีกว่า เราเอาเล็บสวยๆ มาฝากกันค่ะ
ใครชอบทำเล็บแบบขาดไม่ได้ ต้องมาเบิ่งผ่านสายตากันซักหน่อยนะคะ ^^