Your age.!! How many days.??

posted on 07 May 2013 22:33 by numkhingzz directory Lifestyle, Tech, Knowledge
 
 
คิดถึงบล็อก exteen จังเลย (อยากเอาหน้าจอมากอดดด 555+ >.<)
ไม่ได้มาบรรเลงตัวอักษรนานมากกกก... ห่างหายไปแบบว่า แทบลืมจริงๆนะ
วันนี้มีโอกาสแล้ว ก็เข้าเรื่องเลยเนอะ ^^
 

 
เคยคิดกันมั้ยคะ ว่าเราอยู่บนโลกนี้มากี่วันแล้ว ??
"กี่วัน...." นะคะ ไม่ใช่ "กี่ปี....."
แน่นอนค่ะว่า ถ้าถามว่ากี่ปีนั้นคงตอบได้แน่
แต่ถ้าถามว่า "เฮ้ย!! วันเกิดปีนี้ครบรอบกี่ 'วัน' แล้วเนี่ย??"
เอิ่มมม = =" แล้วตรูจะตอบได้มั้ย
 
จริงๆ ก็เหมือนไม่ยาก ปีนึงก็มี 365 วัน ก็คูณเข้าไปสิง่ายจะตาย
แต่อย่าลืมน้าาา ว่าเดือนกุมภาพันธ์ เค้าไม่แน่ไม่นอน
ถ้าต้องมานั่งวาดตารางแล้วไล่นับปี พอเข้าสู่กระบวนการนี้ก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วล่ะ >.<"
คือจริงๆ ก็ทำได้นะ ถ้ามีเวลา มันก็เหมือนได้ฝึกการคิด การลำดับเรื่องราว
แต่ประเด็นคือ ขี้เกียจน่ะ (อาจจะเป็นเฉพาะจขกท.) แฮ่ๆ ^^"
 
ไม่รู้ว่ามีใครรู้วิธีการนี้ไปแล้วมากน้อยแค่ไหน แต่ก็อยากจะเอามาเขียนลงบล็อกตัวเองซะหน่อย
มันก็ไม่ได้รกจนเกินไปนะ >.<" (มีสาระจะตาย >.<") แฮ่ๆ
 
จากบล็อก allaboutbasic ค่ะ ไปอ่านเจอมา เลยเพิ่งได้ร้อง อ๋อออ... 
ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้รู้วิธีการ จขกท. ก็ได้วาดตารางนับปีไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ก๊ากกกกก >.<"
 
Chronological Age Calculator (เครื่องคิดเลขอายุตามลำดับเหตุการณ์)
เค้าบอกว่า มันใช้งานได้ใน window7 เท่านั้นค่ะ
จขกท.สงสัยว่า ถ้าเป็น window อื่น จะต้องไปเขียนสูตรเอาใน Microsoft Excel ?? (รึเปล่า) แฮ่ๆ >,<"
 
วิธีการก็คือ ให้ไปที่
Start
V
All Programs
V
Accessories
V
Calculator
 
(ภาพประกอบค่ะ แคปมาเอง ฮี่ๆๆ)

 
พอเข้ามาในหน้าต่างของเครื่องคิดเลข (Calculator)
แล้วให้กดที่ View เลือก Date calculation (มันจะอยู่อันดับรองสุดท้ายของรายการ)
 
ทางด้านขวามือของหน้าต่าง จะเห็นกรอบ Select the date calculation you want
ให้เลือก Calculate the difference between two dates
From คือ ใส่วัน/เดือน/ปีเกิดของเรา     To คือ ใส่วัน/เดือน/ปีปัจจุบัน
ใส่เสร็จแล้วกดปุ่ม Calculate ค่ะ
 
ผลลัพธ์จะบอกในช่อง Difference (years, months, weeks, days)
มันจะบอกว่า กี่ปี กี่เดือน กี่สัปดาห์ กี่วัน
และในช่อง Difference (days) มันจะบอกว่าเรามีอายุ "กี่วัน" ค่ะ
 
จขกท.ก็ลองดูไปแล้วค่ะ นับวันนี้เพราะเกินเที่ยงคืนแล้ว
ก็จะเป็นวันที่ 7,672 ที่อยู่บนโลกใบนี้ค่ะ
 
ตอนแรกก็แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะที่นับอายุตัวเองโดยใช้หน่วยเป็น "วัน" คิคิคิ ^^
อ่านแล้วก็อย่าหาว่าจขกท.บ้านะคะ (ประมาณว่าเรื่องแค่นี้ก็ตื่นเต้น?? =.=)
 
ไหนๆ ก็ไหนๆ ก่อนปิดกระทู้นี้ จขกท.ก็อยากบอกว่า...
 
สมัยนี้ สังคมเราก็อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ
ถ้าเรา เลือก ที่จะมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวได้ มันก็คงดีไม่ใช่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะคะ
 

 
 
เพราะถ้าต้องรอ "ความสุข" ที่มาจาก "เงิน" อย่างเดียว
เราอาจจะเครียดมากเกินไป กว่าจะได้มีความสุขนะคะ ^^
 
อ้ออ..!! ในบล็อก allaboutbasic เค้ายังบอกไว้อีกด้วยนะคะว่า
ถ้าใครจะเอาไปประยุกต์ใช้คำนวณอายุงาน
หรือนับจำนวนวันที่คบมากับแฟน, นับวันครบรอบแต่งงานก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ ^^
 
บายๆ นะคะ แล้วจะกลับมาอีกนะ บล็อกของช้านนน... อันยองงงง
 
 
 
 
 
สวัสดีค่าาา ^^
วันนี้จขบ.จะมาบอกเกี่ยวกับการแต่งหน้าแหละค่ะ
จริงๆ ช่วงนี้จขบ.กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการแต่งหน้าอยู่พอดี 5555+
เลยเอาเรื่องนี้มาเขียนซะเลย เผื่อว่าจะมีใครมีปัญหาเดียวกันค่ะ
 
 
หลายๆ คนอาจไม่มั่นใจในผิวหน้าของตัวเอง ใช่มั้ยล่ะคะ
ก็ผิวหน้าของเราไม่ได้สวยใส เรียบเนียน เหมือนพวกดารา นางแบบ ตลอดเวลานี่หน่า
มีบ้างที่วันนี้หน้าบวม มีสิว นู่น นี่ นั่น สารพันปัญหาผิวหน้า = ="
แม้ว่าวันนี้จะโบกหน้ามาหนาสักเพียงใดก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี >.<"
 
แต่ไม่เป็นไรค่ะ ต่อจากนี้ไป เราต้องมั่นใจ !! ฮึ่มมม ^^"
วันนี้เราจะเอาวิธีการแต่งหน้าให้เนียนใสเป็นธรรมชาติมาฝากกัน
 
เริ่มกันเลยนะคะ
 
 
จริงๆ แล้วการแต่งหน้าให้เป็นธรรมชาติ ก็คือการเน้นความพอดี และสมดุล
เครื่องสำอางแต่ละแบรนด์ย่อมมีความแตกต่างกันไป
ทั้งในเรื่องของ คุณภาพ ราคา และเฉดสี ที่มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย
 
แน่นอนว่าเราจะแต่งหน้าให้เป็นธรรมชาติ เราก็ต้องเลือกใช้โทนสีที่ดูเป็นธรรมชาติ
โดยตัวหลักสำคัญของการแต่งหน้าแบบนี้ก็คือ รองพื้น ค่ะ
 
ปกติแล้ว การใช้รองพื้นนั้นเป็นพื้นฐานของการแต่งหน้าอยู่แล้วค่ะ
แต่หลายก็คนหลีกเลี่ยงที่จะ ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป
 
ทั้งๆ ที่รองพื้นจะช่วยให้ผิวหน้าของเรานั้นดูเรียบเนียน และเป็นธรรมชาติมากขึ้น
แต่เราจะต้องเลือกสีของรองพื้นให้เหมาะกับสีผิวของเราด้วยนะคะ
นอกจากนี้เรายังต้องเข้าใจวิธีการใช้รองพื้นที่ถูกต้องด้วยค่ะ
 
 
ขั้นแรกเลย เราควรจะเลือกสีรองพื้นให้ใกล้เคียง หรือสีอ่อนกว่าสีผิวจริงของเรา
เพื่อทำให้ผิวหน้าของเราดูสว่างขึ้น ไม่หมองคล้ำค่ะ ^~^
 
Tip. เลือกใช้รองพื้น สีที่สว่างกว่าสีผิวหน้าเราเล็กน้อยค่ะ
 
ถ้าเราเลือกรองพื้นที่ดี และเหมาะกับผิวหน้าของเรา
ก็จะช่วยให้การแต่งหน้าของเราดูเรียบเนียน และสม่ำเสมอ และดูสวยราวกับไม่ได้แต่งหน้า !!
 
และไม่ว่ารองพื้น ที่เราใช้จะเป็นแบบครีม แบบเหลว หรือแบบแป้งผสมรองพื้นก็ตาม
สิ่งที่เราควรพึงกระทำก็คือ.. วิธีการทารองพื้นลงผิวหน้าของเราค่ะ
 
Tip. ทารองพื้นบนใบหน้า โดยเริ่มจากกึ่งกลางของใบหน้าออกไปด้านข้างเสมอ !!
Tip. เวลาเทรองพื้นควรเทลงบนหลังมือ ไม่ใช่ฝ่ามือนะคะ
 
แตะเนื้อรองพื้นเพียงบางๆ นะคะ
เริ่มเกลี่ยทีละจุดให้ทั่วใบหน้าด้วยฟองน้ำ หรือนิ้วมือของเรานี่ล่ะค่ะ *ปกติจขบ.ก็ใช่นิ้วมือเหมือนกัน* ^^
 
เกลี่ยให้เนียนเรียบทุกจุด และควรพิถีพิถันในบริเวณที่เป็นมิติของใบหน้านะคะ
 
 
โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone ค่ะ เนื่องจากบริเวณนี้มีต่อมเหงื่อมาก
ถ้าลงหนาเกินไป เมื่อมีเหงื่อออกมา เหงื่อก็จะไปดันรองพื้นให้หลุดลอยออกมาได้
จุดสำคัญ คือการเกลี่ยให้เรียบเนียนและบางเบามากที่สุด เพื่อความเป็นธรรมชาติค่ะ
 
ต่อมา..
เมื่อลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเลือกแป้ง ค่ะ
เราควรใช้แป้งฝุ่นเนื้อละเอียดในการแต่งหน้าแบบนี้ค่ะ
หรือเราอาจจะใช้แป้งแบบที่มีชิมเมอร์เล็กๆ เพื่อเพิ่มความสว่างให้ผิวก็ได้นะคะ
 
 
Tip. การที่เราเลือกแป้งให้สีอ่อนกว่าจะช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้น หรือใช้แป้งสีเข้มกว่าเพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น 

อย่างไรก็ตาม การลงแป้งฝุ่นจะทำให้ผิวดูเนียน และเครื่องสำอางก็จะติดทนนานมากยิ่งขึ้นค่ะ

การเขียนคิ้ว
 
 
Tip. ควรเลือกใช้ดินสอเขียนคิ้ว ที่เป็นสีเดียวกับสีผม หรืออ่อนกว่าสีผมเล็กน้อย
 
เพราะจะให้ความเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับสีผมค่ะ
 
เมื่อเลือกสีที่เหมาะสมได้แล้ว ก็วาดไปตามรูปคิ้วของเรา
โดยเน้นบริเวณหางคิ้วให้เข้มกว่าหัวคิ้ว นะคะ
 
จริงๆ แล้วถ้าคิ้วของเรานั้นดูรก ก็ควรกันคิ้วซะหน่อยค่ะ
เพื่อคิ้วของเราจะได้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นค่ะ
 
อายแชโดว์
 
 
สีของอายแชโดว์ที่เหมาะกับการแต่งหน้าให้เป็นธรรมชาติแบบนี้ ก็คือ
สีส้ม ขาวไข่ น้ำตาล และพีช อาจจะมีชิมเมอร์บางๆ ผสมอยู่ก็ได้ค่ะ
 
ส่วนวิธีการทาอายแชโดว์ให้เป็นธรรมชาติ ก็คือ..
การใช้สีขาวไข่ ทาบริเวณหัวตา
สีส้มอ่อน บริเวณกลางตา
และน้ำตาล หรือพีช ทาบริเวณหางตา และโค้งเบ้าตา
 
 
สีอายแชโดว์นี้เหมาะกับสาวๆ ทุกสีผิวเลยล่ะค่ะ >.<
 
การแต่งหน้าแบบธรรมชาตินี้ ไม่แนะนำให้ใช้อายไลเนอร์แบบลิควิดเด็ดขาดนะคะ
เพราะจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
 
แต่ควรเลือกใช้อายไลเนอร์ชนิดเจล หรือดินสอแทน
ซึ่งแบบนั้นจะดูเบาบาง และเป็นธรรมชาติกว่า
 
แต่ก็ไม่ควรเขียนเส้นให้หนามากไปนักนะคะ
เขียนเพียงเน้นขอบตาให้ดูชัดขึ้นเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ ^^
 
บลัชออน
 
 
บลัชออนที่เหมาะสำหรับการแต่งหน้าแบบธรรมชาตินี้ ก็คือ..
สีชมพู ส้มอ่อน ส้มน้ำตาล และพีช